กอบศักดิ์ ชี้ สู้รบสหรัฐฯ-อิหร่าน ยังไม่กระทบเศรษฐกิจจริง แต่กระทบน้ำมัน
นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ การสู้รบสหรัฐฯ-อิหร่าน ยังไม่กระทบเศรษฐกิจจริง แต่กระทบตลาดทุน-ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ย้ำ ไทยต้องเตรียมสำรองน้ำมันและพลังงานทดแทน หากสงครามยืดเยื้อ เร่งสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุน ลดการพึ่งพาสหรัฐฯ
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวในงานเสวนา มุมมองนักเศรษฐศาสตร์ต่อทิศทางนโยบายภาครัฐใน 4 ปีข้างหน้า ซึ่งจัดโดย สมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย ว่า ขณะนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-เวเนซุเอล่า, การสู้รบระหว่างสหรัฐและอิสราเอล โจมตีอิหร่าน ซึ่งในอนาคตอาจได้เห็นสถานการณ์ความรุนแรงในคิวบา สะท้อนความไม่สงบที่กําลังก่อตัวขึ้นในโลกและส่งผลมายังประเทศไทย
ในกรณีการสู้รบในอิหร่าน จะส่งผลต่อประเทศไทยเป็นระลอก แม้จะยังไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจจริง แต่สิ่งที่เห็นคือผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ต่างๆ ค่าเงินบาทอ่อนค่า โดยเฉพาะส่งผลกระทบในตลาดทุนเป็นอันดับแรก โดยวันจันทร์ที่ผ่านมา หุ้นไทยเปิดตลาดร่วงประมาณ 61 จุด และวันนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ หยุดการซื้อขายหุ้นชั่วคราวจากดัชนีหุ้นลดลงรุนแรง ราว 117 จุด หรือติดลบราว 8% ซี่งถือเป็นการปรับตัวลดลงมากพอสมควร /ขณะเดียวกันเกาหลีใต้ ดัชนีหุ้นตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาติดลบ 17% แล้ว ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นติดลบ 5-6%
โดยทั้ง 3 ประเทศนี้มีความคล้ายคลึงร่วมกัน 2 เรื่องคือ 1. เป็นประเทศที่ที่มีการปรับตัวของตลาดหุ้นที่ดี แต่ก็ปรับตัวรุนแรงเช่นกัน 2. โครงสร้างของการซื้อน้ำมันเป็นการนำเข้าสัดส่วนจำนวนมาก ส่งผลให้กระทบกับตลาดทุนเนื่องจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น จึงเกิดการปรับตัวอย่างรุนแรงในขณะนี้
นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบไปยังราคาน้ำมันโลกจากการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลก ทำให้ราคาน้ำมันโลกกดดันถูกกดดัน ส่งผลไปยังอัตราเงินเฟ้อและภาคการผลิต โจมตีโรงผลิตแก๊สธรรมชาติของกาตาร์ ส่งผลให้ราคาก๊าซในยุโปรปรับเพิ่มขึ้น 40-50% การโจมตีท่าเรือและเรือขนส่ง ส่งผลให้เรือที่ ไม่สามารถออกจากช่องแคบฮอมุซได้ กว่า 100 ลำ หรือราว 10% ของจำนวนเรือขนส่งทั่วโลก ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการขนส่งน้ำมัน เนื่องจากแต่ละประเทศมีจํานวนสํารองน้ำมันไม่เท่ากัน และอาจไม่เพียงพอหากสงครามมีความยืดเยื้อ ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุสเป็นแหล่งน้ำมันดิบ 20% ของโลก
โดยประเมินราคาน้ำมันโลกว่า จะยังปรับตัวอยู่ในทิศทางขาขึ้น ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 76 ดอลล่าสหรัฐต่อบาเรล ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นราว 10% ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์ช่วงหนึ่งสัปดาห์จากนี้ ถึงการคลี่คลายปัญหาที่ช่องแคบฮอร์มุส และการโจมตีโรงงานกลั่นน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งส่งผลต่อโกลบอลซัพพลายที่อาจหายไปอย่างมีนัยสําคัญ ราคาน้ํามันโลกอาจปรับตัวขึ้นสูงขึ้นไปด้วย
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับบริษัทประกันภัยไม่รับประกันความเสี่ยงสงครามในพื้นที่ดังกล่าว ขณะเดียวกันก็คิดค่าประกัน และค่าระวางเรือเพิ่มในการขนส่งสินค้า ทำให้ขณะนี้ยากต่อการขนส่งน้ำมันออกจากจุดดังกล่าว
นายกอบศักดิ์ ระบุว่า การสู้รบระหว่างสหรัฐและอิหร่านไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้า แต่อาจขยายวงกว้างเป็นซีรีส์เกิดขึ้นต่อเนื่อง หมุนจากภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกภูมิภาค และอาจวนกลับมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นไทยจึงต้องยอมรับความจริงถึงความเสี่ยงดังกล่าว ที่จะส่งผลกระทบมายังประเทศไทย
โดยชี้ว่ารัฐบาลจึงต้องเตรียมการรับมืออย่างจริงจัง เพื่อรองรับความเสี่ยงปริมาณน้ำมันที่อาจไม่เพียงพอหากสงครามยืดเยื้อ และราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น สิ่งสําคัญคือต้องเตรียมพลังงานทดแทนเข้ามาใช้ รวมถึงหาแหล่งนําเข้าน้ำมันจากแหล่งใหม่ และพลังงานทดแทน โดยผลักดันการใช้โซล่าและอีวี ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ โซล่าและอีวีเป็นที่นิยมมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องหามาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดทุนไม่ให้ดัชนีหุ้นดิ่งร่วงหนักกว่านี้ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดทุน และความสามารถในการบริโภค พร้อมมองว่าหากกระตุ้นในภายหลัง อาจไม่ทันท่วงที
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องหาแนวทางลดการพึ่งพาสหรัฐฯที่มากจนเกินไป ควบคู่การเร่งหาตลาดใหม่, สร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง โดยการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ดูแล SMEs, เตรียมรับแรงกระแทกจากความขัดแย้งของมหาอํานาจ ด้วยการการสํารองอาหารและการเตรียมการยารักษาโรคในชุมชนต่างๆ รวมถึงติดตามผลกระทบที่จะส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมกลุ่มต่าง ๆ เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต ย้ำว่ารัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าสามารถบริหารจัดการได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB